
อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างซูซี่เนี่ย...ต้องมาสนใจใส่ใจไอ
อคานิชิ จิน อะไรเนี่ยหรอก.... ก็รู้ๆกันอ่ะนะว่า... ไม่ปลื้ม! แต่ทว่ามันอสงไขว่า....สาเหตุใด....อคานิชิ ถึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำในฐานะ Idol   ทั้งๆที่พราวเสน่ห์กวาดเอาหัวใจสาวๆหลายประเทศไปครองเนี่ย....ต้องมาจบลงด้วยการกระทำของตนเอง เมื่อการกระทำนั้น มันก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนทั่วไปเขาก็ทำกัน... อย่างเช่น ... กินเหล้า  สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน  หรือแม้แต่ จะรักกับใครสักคน ! มันมีกฎหมายประเทศไหนข้ออะไรเขาห้ามกัน!.... เคยมีใครคิดถึงข้อนี้บ้างไหม ?  ..... ตอบก่อนเรยนะว่า.... จากที่ตัวเองมีอคติกับอคานิชิ จินอยู่แล้ว.... ก็จะสมน้ำหน้ามันทันที... ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ .....ส่วนคนอื่นๆจะคิดยังไงอ่ะหรอ.... แน่นอนว่าไม่รู้หรอก .... แต่ก็คงไม่ดีนักอ่ะ ...... ทราบกันดีนะว่า... วง KAT-TUN   มีชื่อเสียงโด่งดังข้ามทวีป.....ออกเทป,แสดงคอนฯ,ถ่ายโฆษณา ฯลฯ แค่นี้พวกมันทั้ง 6 ก็นับเงินกันไม่ไหวแล้ว..ค่าตอบแทนที่สูงลิบลิ่วตามมานั้น.... แม้แต่คนที่ฉลาดน้อยที่สุดก็คงไม่คิดที่จะไม่ตักตวงมันให้สุดกำลังความสามารถแน่ๆ    แล้วเหตุใด...อคานิชิ.... ดึนทะลึ่ง สวนทาง ..... มันต้องมีเหตุผลบางประการกับความคิดของตัวเขาเอง.......  
 
ทุกวันนี้สังคมญี่ปุ่นมันถูกสร้างมาให้ตามแบบอเมริกา....(ตามตูดกันมาติดๆ)....ยกตัวอย่าง... อันนี้ประสบการณ์ตรงค่ะ....ศาสตราจารย์ซัมติงอะไรเนี่ยเป็นคนเมกา....มาสอนการเมืองชั่วโมงนึง....พูดไปพูดมาเอาโบว์ชัวร์มาแนะนำมหาวิทยาลัยที่อเมริกามาแจก.....เฮ่อ...(พวกนายทุน)........คือ...ทุกอย่างต้องมีผลทางธุรกิจหมด.....ไม่ว่าคุณจะทำอะไร.... มีขั้นมีตอนตามแบบแผน....(ในสังคมของพวกทุนนิยม....เอากำไรสูงสุดเป็นเป้าหมายของการดำเนินงานต่างๆ)........เพื่อเราจะได้เดินไปตามนั้น... มนุษย์ไม่ต้องคิดอะไร.... มีคนช่วยคิดให้.... เช่น... วันนี้ 8 โมงมีออกรายการโทรทัศน์  ,10 โมงมีถ่ายแบบลงปกหนังสือ และอื่นๆอีกมากมายตามตารางยาวเหยียด....แต่หาไม่ว่า.... ไอ้สิ่งต่างๆที่พวก Idol มันเป็นและมันปฏิบัติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น..... มันคือ... ความที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ..... พูดง่ายๆสั้นๆคือ.....คิดเองไม่เป็น!..... แล้วไงต่อ..... การที่มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ก็เพราะมนุษย์มีสมอง...ใช้ในการคิดพิจารณาสิ่งต่างๆ..เรียนรู้สังคม เรียนรู้โลก..... ไม่งั้นจะมีสถานศึกษาไปทำอะไร.... เลี้ยงควายให้โตภายใน 4ปี !?! คงไม่ใช่......... พูดตามพื้นฐานธรรมชาติมนุษย์นั้น....มนุษย์มีสมอง...รู้จักคิด.... คิดเองเป็น.... ตัดสินใจเองเป็น... ไม่ต้องให้มีใครมาบอกว่าจะทำอะไร กินอะไร....แต่ทว่า...สังคมทุกสังคมในปัจจุบันเป็นแบบนี้กันไปหมด ความขี้เกียจและขี้ขลาดของมนุษย์เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนเยอะแยะมากมายยินดีที่จะไม่บรรลุนิติภาวะไปชั่วชีวิต!  อธิบายให้ชัดๆไปเรยนะ...» ก็ไอ้การไม่บรรลุนิติภาวะน่ะมันสะดวกสบายจะตายไป! ถ้าเรามีหนังสือเล่มหนึ่งคอยให้ความเข้าใจเรา มีที่ปรึกษาคอยเป็นหลักมโนธรรมสำนึกให้กับเรา มีหมอคนหนึ่งคอยวินิจฉัยว่าเราควรจะกินอาหารอะไรเป็นประจำ รวมทั้งมีอะไรต่อมิอะไรทั้งหลายแหล่ทำนองนี้  เราก็ไม่เห็นจะต้องเพียรพยายามให้ลำบากลำบนเรย  ตัวอคานิชิเองก็หน้าตาจัดว่า หล่อ มาก?! (คนอื่นบอกมา).... หาผลประโยชน์ให้บริษัทกอบโกยได้สบายๆ  อีตาJohny เจ้าของอ่ะมันดีใจออกจะตายที่จะรับงานเหนื่อยสมองพวกนี้ไปทำแทน ตัวศิลปิน «     แล้วไงล่ะ......... ซุซี่ก็หมดข้ออสงไขยไปในทันที........เป็นไปได้ว่า.... อคานิชิ....อาจจะรู้แจ้งในความคิดของตนก็เป็นได้....   อะไรคือการรู้แจ้ง ?  การรู้แจ้งคือการรู้จักคิดเองเป็น มันเป็นการที่มนุษย์โผล่พ้นจากการไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งมุนษย์ก่อกรรมย่ำยีตัวเองไว้ คำขวัญของการรู้แจ้งคือ จงกล้าใช้ความเข้าใจของตัวท่านเอง !!!
 
เป็นเพียงแค่ข้อสังเกตของตัวซูซี่เองเท่านั้นน่ะ.... แต่ไอ้ที่อธิบายมาข้างบนยืดยาวอ่ะ....มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่จริงนั่นแหล่ะ !!!    
 
 
การละเมิดกฎเกณฑ์หรือข้อตกลงระหว่างกัน...มันก็มีให้เห็นอยู่ถมไป..... ไม่มีเหตุใดอื่น....
นอกจากทำไปเพื่อตัวเองก็เท่านั้น!  ตรงไหนที่ผิดมิทราบ
 
อคานิชิ มันคงเป็นคนที่ชอบอยู่นอกกรอบโดยสันดาร?! 
 
 
สรุป....
 
คนทุกคนมีความคิดเป็นของตนเอง  คิดเองเป็น ว่าตนควรไม่ควรจะทำสิ่งใด.... ไม่ต้องให้ใครมาสั่ง กำหนด วางแผน จัดการให้  มันไม่ใช่เครื่องกลที่ทำงานตามโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่องานนั้นๆ..... เพราะนี่มันคือชีวิตของเราเอง!
 
 
กลับไปคิดต่อแล้วกันว่า..... อะไรคือหนทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง...........ดูจากอคานิชิ เป็นตัวอย่าง
 
ส่วนข่าวลือต่างๆนาๆที่สรรหากันมาโพธนานั้น...เป็นแค่น้ำจิ้มไปภายในพริบตา!
 
.
..
.
..
 
Some people adapt themselves to the world, while others adapt the world to themselves. The world  goes round because of the latter group.
 
.
..
.
..
 
 
*หมายเหตุ*
ใครไม่เกทรึเกทยากๆ.... ถามหลังไมค์ค่ะ...ยินดีอย่างยิ่ง
 
 
หลังจากนี้...เราคงต้องปรับมุมมอง มอง อคานิชิ จิน คนนี้เสียใหม่

 


"Some people come into our lives and quickly go.
Others stay for a while and leave footprints on our hearts and we are never ever the same."
สรุป *
จินล้วนๆ ..... 555+